Articles

ต้ง
 


 

ชื่อชนชาติ
ต้ง (Dong)
ชื่อที่ใช้เรียกตนเอง
ก๊ำ (Kam) หรืออ่ายก๊ำ
ชื่อที่คนอื่นใช้เรียก
ต้ง (ชื่อที่ทางการจีนใช้เรียก)
แหล่งที่อยู่อาศัย

ชาว ก๊ำในกุ้ยจิว (Guizhou) อาศัยอยู่ทางตอนใต้ของมณฑล ประชากรประมาณ 4 ล้านคน (แต่ประชากรต้งในประเทศจีนมีอยู่ทั้งในกุ้ยจิว และกวางสี ประมาณทั้งสิ้น 24 ล้านคน) สำหรับในกุ้ยจิว ชาวต้งอาศัยอยู่หนาแน่นในแขวง ฉงเจียง (Xongjiang) หลีผิง (Liping) หยงเวียง  (Rongjiang)พวกต้งแบ่งได้เป็น 3 พวกคือ และ

ภาษาที่ใช้พูดในชีวิตประจำวัน

ภาษา ก๊ำ (Kam)  กับคนในหมู่บ้านเดียวกัน และภาษาจีนถิ่นกับแขกผู้มาเยือน ภาษาก๊ำไม่มีตัวเขียนเป็นของตนเอง เมื่อต้องการสื่อสารด้วยการเขียนจะใช้อักษรโรมัน

แหล่งเก็บข้อมูล
ที่หนานหนิงในกวางลี และที่มณฑลกุ้ยจิวที่หมู่บ้าน 2 หมู่บ้าน คือ บ้านคว้านไชยเต่า
ลักษณะหมู่บ้าน
ที่หนานหนิงในกวางลี และที่มณฑลกุ้ยจิวที่หมู่บ้าน 2 หมู่บ้าน คือ บ้านคว้านไชยเต่า
ลักษณะที่อยู่อาศัย

หมู่ บ้านตั้งในเขตหยงเจียง มีลักษณะที่เห็นได้ว่าได้รับอิทธิพลจีนบ้านเป็น 2 ชั้น ชั้นล่างเป็นดิน ใช้เป็นที่อยู่อาศัย ส่วนชั้นบนใช้เก็บของต่างๆ โดยเฉพาะพวกธัญญาพืชที่เก็บเกี่ยวแล้ว เช่น ข้าว งา หมู่บ้านต้งในเขตฉงเจียง และซานเจียงในกวางสี มีลักษณะที่เก็บของเดิมไว้มากกว่าที่ซานเจียง มีสะพานลมที่สมบูรณ์ที่สุด รวมทั้งหอกลองด้วย ในกุ้ยจิวที่ฉงเจียงยังมีสะพานลมอยู่แต่อยู่ในสภาพเก่าทรุดโทรม และไม่บริบูรณ์ บางหมู่บ้านสร้างเป็นสะพานคอนกรีต และไม้ซางไปตั้งให้คนนั่งเล่น เมื่อเข้ามาในเขาใกล้กวางสี บ้านต้งมีจำนวนมากขึ้น บ้านก็เป็น 3 ชั้น และสะพานลมก็สมบูรณ์มากขึ้น


การแต่งกายของหญิงชาวต้งในหยงเจียง

ผู้หญิงต้งในหยงเจียงแต่งกายเป็น 2แบบ คือ แบบที่เป็นแบบธรรมดา ซึ่งเห็นใส่ในชีวิตประจำวันและแบบพิธีการซึ่งใช้ในโอกาสสำคัญ
สำหรับ แบบธรรมดา จะเป็นแบบคอตั้งป้ายหน้า ตรงคอเสื้อมีการประดับด้วยผ้าลูกไม้ เสื้อที่ตัวยาวถึงหัวเข่า ผ่าข้างขึ้นไป และมีผ้าคาดเอว ผมยาวมุ่นขึ้นไปมีลักษณะเหมือนเลขแปด และเสียงด้วยหวีหรือปิ่นปัก กางเกงขายาวสีดำธรรมดา สำหรับคนแก่เสื้อจะเป็นสีดำ  และไม่มีการประดับ หญิงต้งเมื่อไปไหนๆ มักถือถุงที่มีลักษณะดังนี้ คือ เป็นสี่เหลี่ยม แผ่นหลังสีเรียบมักออกม่วงดำ แผ่นนี้จะยาวเป็น 2 เท่าของแผ่นหน้า ถุงจะมีแค่ครึ่งล่างเท่านั้น ท่อนบนที่แลบขึ้นไปติดสาย ซึ่งเอามาผูกกันและห้อยกับไหล่ ผ้าข้างหลังช่วยไม่ให้ถุงยู่ แต่บางคนไม่สะพายก็ถือรวบเอา ผ้าชิ้นหน้ามักเป็นลวดลายเป็นทางๆ แต่ต้งที่แถบซานเจียงสะพายถุงลายขวางและเป็นลวดลายไม่ใช่เป็นทางๆ เท่านั้น ถุงดังกล่าวนี้เรียกว่า ไท
สำหรับผม ได้กล่าวแล้วว่า โดยส่วนใหญ่เกล้าผมทั้งหมดมาแล้วเอาหวีสับลง และเอาผมที่พันแล้วเป็นเกลียว มัดไขว้ไปมากับหวีในลักษณะเลขแปดชายผมนี้ส่วนใหญ่เห็นอยู่กลางศีรษะ แต่ได้ทราบว่าแบบที่ถูกต้องเอียงข้างซ้าย และหย่งผมข้างหน้าเป็นกระบัง
หวีสับทำด้วยไม้มีลักษณะโค้ง หญิงแก่สับหวีสีไม้ธรรมชาติ ส่วนหญิงสาวมักสับผมด้วยหวีไม้สีแดง สีขาวเรียกว่า    สีแดงเรียกว่า เรื่อง ผมนี้หญิงต้งรู้สึกว่าจะประดิษฐ์กันต่างๆ นานาตามกลุ่มของตน ที่กล่าวข้างต้นเป็นต้งหยงเจียง แต่ต้งฉงเจียงเกล้าผมโดยสับหวี แต่แทนที่จะอ้อมรอบหวีกลับอ้อมรอบศีรษะแทน  หญิงต้งที่หยงเจียงมีชุดพิเศษ ไว้ต้อนรับแขก คือ ใส่เสื้อสีเป็นแพรสีสดๆ เช่น สีคราม (โดยมาก) อาจมีเขียวก็ได้ เสื้อนี้ป้ายหน้าคอกลมเหมือนกัน แต่ปลายแขนตกแต่งเป็น 2 ท่อน ได้ความว่าแต่ก่อนใส่เสื้อซ้อนกัน 2 ชั้น ดังนั้นแขนจึงเห็นแลบเป็น 2 ท่อน ปัจจุบันนี้เลยเย็บแขนเป็น 2 ท่อน เสื้อที่เป็นสีครามนี้ตกแต่งที่คอด้วยลายลูกไม้เช่นกัน และตัวเสื้อเป็นรูปคอดแล้วผายออก มีผ้ากันเปื้อน เรียกว่า หรือครึ่งซิ่น ผ้ากันเปื้อนมีลายคาดเป็นสีที่ออกสีครามเรียกว่า  ตัวกระโปรงเป็นสีดำแบบพลีท เรียกว่า หญิงต้งที่แต่งชุดพิเศษมีกางเกงในและผ้าพันแข้ง เรียกว่า ฉิน และมีสายรัดเอวเรียกว่า


เครื่องประดับ

ชุด พิเศษใส่ตุ้มหูเป็นทองและหยกประกอบกัน เรียกว่า ทำด้วยทอง หรือเงิน อาจใส่สร้อยคอยาวเรียกว่า ที่เป็นเงินในเวลาใส่ชุดพิเศษหญิงต้งอาจประดับมวยผมด้วยช่อดอกไม้ประดิษฐ์ เรียกว่า ผู้หญิงต้งที่ฉงเจียงนุ่งกระโปรงเป็นปกติ และมีการแต่งตัวที่ใกล้เคียงกับพวกผู้ใหญ่ในกุ้ยโจว กล่าวคือ ด้านหน้าจะมีผ้ากันหน้าอกสูงขึ้นไปถึงคอ ตัวที่ติดกับคอประดับด้วยผ้าลูกไม้ทั่วไปมีสีทองประดับด้วยปลายอ้อมไปผูก หลังคอ บางคนก็ใช้เกี่ยวไว้กับเครื่องประดับเงินทำเป็นรูปต่างๆ เช่น ผีเสื้อ หรือขด 2 วง ทแยงกัน เนื่องจากผ้ากันหน้าอกนี้มีเฉพาะแผ่นหน้า จึงมีการใส่เสื้อผ่าหน้าไม่ติดกระดุมเป็นเสื้อคลุม เพื่อให้มิดชิดขึ้น เสื้อตัวนี้มีลักษณะแขนยาว อาจตกแต่งปลายแขนด้วยผ้าลายลูกไม้หรือผ้าปะสีที่ปลายแขน (เช่นพวกต้งในเขตแดนกุ้ยโจวและกวางสี) นอกจากนี้ตัวเสื้อคอดเอวและผายออกมีการกุ๊นรอยตะเข็บข้างเสื้อทั้งสองและที่ ปลายด้วยผ้าสีเช่น สีชมพู ตัวเสื้อเป็นสีดำ ม่วงเข้ม คราม หรือขาว หญิงเด็กๆ รู้สึกจะใส่สีขาวกันมาก สำหรับการทำงานที่ต้องการความรัดกุมเช่นไปตักน้ำหรือสะพายลูกไว้ข้างหลัง จะมีการรัดเอวด้วยผ้าอีกผืนหนึ่ง หญิงต้งที่ฉงเจียงนุ่งกางเกงสั้นๆ ไว้ข้างในทับด้วยกระโปรงพลีทกลีบเล็กๆสีดำ ขาขึ้นมาถึงเข่าพอดีกับกางเกงในและกระโปรงเป็นผ้าพันขาพร้อมสายรัด โดยมากหญิงสูงอายุจะแต่งเต็มยศ และทั้งชุดเป็นผ้ามัน ซึ่งเกิดจากการนำเปลือกไม้กับไข่ประสมกันแล้วทา ผ้านี้ซักได้และจะด้านลงไป เมื่อใหม่ๆ ดูแล้วเหมือนหนังเปียกสีม่วงเข้ม ส่วนใหญ่ต้งทางใต้ของ กุ้ยจิวต่อกวางสีจะแต่งกายแบบนุ่งกระโปรงนี้ แม้จะทำงานอยู่ในไร่นา อย่างไรก็ดีเห็นชัดว่ามีการใส่กางเกงแทนกระโปรง และบางทีก็แต่งตัวธรรมดาแบบจีน คือ นุ่งกางเกงและใส่เสื้อเชิ้ตบ้างแล้วในหมู่คนอายุประมาณ 15 ปีขึ้นไป แม้จะแต่งกายอย่างไรพวกนี้จะไว้ผมยาวและเกล้าในแบบง่ายๆ ผู้หญิงที่ฉงเจียงเกล้าผมเป็นแบบพันรอบหัวดังได้กล่าวแล้ว นอกจากนี้ผู้หญิงที่ฉงเจียงได้แต่งชุดพิเศษที่ใส่เครื่องประดับเต็มที่ คือ สร้อยคอยาวถึงเอว ห่วงคอ กำไล แหวน เครื่องประดับหัว และผ้าห้อยหน้าตึงประดับด้วยแผ่นเงินกลมๆ