Articles

ไต่
 


 

ชื่อชนชาติ
ผู้ไท
ชื่อที่ใช้เรียกตนเอง
ผู้ไท
ชื่อที่คนอื่นใช้เรียก
ถู่หัวป้าน

แหล่งที่อยู่อาศัย

 

แหล่งเก็บข้อมูล

 
เครื่องแต่งกาย

หญิงผู้ไทมีเครื่องแต่งกาย 3 ชุด
ชุดที่ 1 เป็นชุดอยู่กับบ้าน ทำไร่ ทำนา ประกอบด้วยแขนจะต่อผ้าเป็น 2 ท่อน ท่อนปลายโดยมากเป็นผ้าแพรดอก มักใช้สีสดๆ เช่น สีฟ้าคราม สีน้ำตาล เล่าว่าคนสาวๆ มักชอบฟ้าคราม แต่คนแก่ใช้สีน้ำตาล ท่อนต่อจากท่อนปลายมักเป็นสีน้ำเงินคราม และทำเป็นถุงไว้สำหรับใส่ของได้ ตัวเสื้อเป็นคอตั้งและเป็นป้านมาทางซ้ายมือ ตรงกลางเย็บเป็นซีกติด มีแผ่นผ้าปะเยื้องกันระหว่างแผ่นซ้ายและแผ่นขวา โดยทางขวาเตี้ยกว่าทางซ้าย แผ่นผ้าปะนี้ทำเป็นสี่เหลี่ยมขนาด 2 นิ้ว และแบ่งเป็นล็อคๆ ล็อคละประมาณ 2 นิ้ว และระหว่างล็อคมีผ้าขาวเย็บติด ล็อคข้างซ้าย 3 ล็อค ล็อคข้างขวาจำนวนเท่ากัน ล็อคแต่ละล็อคแบ่งเท่าๆกัน แล้วตรงกลางเป็นล็อคผ้าแพรดอก ซึ่งอาจตัดกลางล็อคอีกครั้งหนึ่งก็ได้ ส่วนข้างซ้ายและขวาของล็อคกลางต้องเป็นผ้าแพรดำเสมอ และจะนุ่งกับกางเกงเสมอ ทั้งเสื้อและกางเกง อาจเป็นสีดำ หรือน้ำเงินคราม หัวพันผ้าสีน้ำเงินเป็นรูปแหลม เขาอาจคาดผ้ากันเปื้อน ซึ่งมีปลายเป็นพู่  เรียกว่า ที่เอวมีสายผ้ากันเปื้อน โดยมากทำด้วยลวดลายดอกไม้เรียกว่า
ชุดที่ 2  เสื้อแบบชุดแรก แต่ไม่ใส่กางเกง ใส่ซิ่นยาว ลักษณะซิ่น คือ เป็นแผ่นเดียวมีขอบเอว และต่อที่สะโพก (เฉพาะผ้าซิ่น) ตัวกระโปรงเป็นกระโปรงต่อจึงมีลักษณะย้วย เวลานุ่งซิ่นนี้เอาไปทับข้างหลัง โดยเอาข้างขวามาทับข้างซ้าย และจะยก หากนำข้างขึ้นไปผูกไว้ที่เอว ปลายซิ่นที่ตะหลบจะต้องโชว์ จึงเห็นว่าซิ่นที่ใส่ต้องมีผ้าดามใหญ่กับผ้าดามเล็ก หรือ 2 ผ้าดาม ภายในนี้ผ้าดามใหญ่เป็นสีขาวหนาประมาณ 5 นิ้ว ผ้าดามเล็กที่ต่อกันเป็นสีฟ้า หรือน้ำเงิน และมีต่อผ้าสีคั่นแถบตามยาวนี้ด้วย ผ้าคาดเอวใช้คาดเวลานุ่งกระโปรงนี้แล้ว แต่กลัวไม่กระชับจึงคาดด้วยผ้ายาวเลย 10 ศอก เรียกว่า ผ้านี้จะสีครามหรือน้ำเงิน ชุดนี้ใช้ไปงานต่างๆ
ชุดที่ 3 ชุดเจ้าสาว ชุดเจ้าสาวใส่กระโปรงเหมือนเดิม มีเสื้อที่เปลี่ยนไปเป็นปักด้วย หรือเม็ดเงินเป็นรูปข้าหลามตัด บัดนี้ไม่ค่อยมีผู้เก็บไว้แล้ว ดังนั้นเสื้อที่ใส่ให้ดูจึงใช้ไหมปักเอาเป็นจุดๆ แล้วเขาใส่ซิ่น และกำไล และอาจเป็นแหวนก็ได้  ชุดนี้ใส่รองเท้า ไม่ว่าจะใส่ชุดใด หญิงผู้ไทที่นี่จะโพกผมด้วยผ้าสีน้ำเงินเข้มยาว 13 ศอก เรียกว่า สำหรับชุดทำงานและชุดไปนอกบ้าน อาจใส่ผ้ากันเปื้อนก็ได้

ข้อสังเกตอื่นๆ

หมู่ บ้านนี้ เมื่อตอนไปเรานึกว่าเป็นพวกมะตะที่เราพยายามจะหาจากคราวที่แล้ว และจริงๆก็คงใกล้เคียง คนที่ไม่ใช่พวกนี้บอกว่าพวกเขาเป็น ชนิดหนึ่งใน 3 พวก คือ ถู่หัวเหลี่ยม (คือพวกถู่ที่ใส่เสื้อผ้าที่มีสี่เหลี่ยมอยู่ตรงกลางเป็นผ้าฝ้าย) ถู่หัวป้าน (เรายังไม่ได้ทำ)  และถู่หัวแหลม คือ ถู่ที่อยู่ที่หม่ากว๊าน ปัญหาตรงนี้ก็คือ ถู่หัวป้าน (big head) บางกลุ่มใส่เสื้อเหมือนกับถู่ที่เรียกตนเองว่า ผู้ไท แต่เขาโพกหัวแหลม เว้นแต่ยายแก่อาจเอาผ้าอีกผืนมาโปะ แต่ถึงอย่างไร ก็ไม่เหมือนในรูปที่สถาบันให้เราดู และสถาบันก็ไม่ยอมรับว่ามีถู่หัวแหลมอยู่ที่เมืองเหวินซาน
                                                                ด้วยเหตุนี้เราจึงจะเรียกพวกนี้ว่าผู้ไท ตามที่เราเรียกตนเอง แต่จะถือว่าเขาเป็นโถ่พวกหนึ่ง (ทั้งๆที่เขาไม่บอกว่าเขาเป็นโถ่)หมู่บ้านนี้ เมื่อตอนไปเรานึกว่าเป็นพวกมะตะที่เราพยายามจะหาจากคราวที่แล้ว และจริงๆก็คงใกล้เคียง คนที่ไม่ใช่พวกนี้บอกว่าพวกเขาเป็น ชนิดหนึ่งใน 3 พวก คือ ถู่หัวเหลี่ยม (คือพวกถู่ที่ใส่เสื้อผ้าที่มีสี่เหลี่ยมอยู่ตรงกลางเป็นผ้าฝ้าย) ถู่หัวป้าน (เรายังไม่ได้ทำ)  และถู่หัวแหลม คือ ถู่ที่อยู่ที่หม่ากว๊าน ปัญหาตรงนี้ก็คือ ถู่หัวป้าน (big head) บางกลุ่มใส่เสื้อเหมือนกับถู่ที่เรียกตนเองว่า ผู้ไท แต่เขาโพกหัวแหลม เว้นแต่ยายแก่อาจเอาผ้าอีกผืนมาโปะ แต่ถึงอย่างไร ก็ไม่เหมือนในรูปที่สถาบันให้เราดู และสถาบันก็ไม่ยอมรับว่ามีถู่หัวแหลมอยู่ที่เมืองเหวินซาน

ด้วยเหตุนี้เราจึงจะเรียกพวกนี้ว่าผู้ไท ตามที่เราเรียกตนเอง แต่จะถือว่าเขาเป็นโถ่พวกหนึ่ง (ทั้งๆที่เขาไม่บอกว่าเขาเป็นโถ่)

ชื่อผู้บอกภาษา
หวาง ชื่อ เหลียน อายุ 4 ปี เป็นหญิง หมู่บ้านชื่อ อำเภอเหวินซาน