Articles

ไทจุง
 


    

    

 

 

ไทจุง เขตเหยียนเจียง, มณฑลยูนนาน, จีน

 

ชื่อชนชาติ    ไทจุง ( Tai Tsung ) หรือ ออกเสียงว่า ไท่จุง 
 ชื่อที่ใช้เรียกตนเอง  
ชื่อที่คนอื่นใช้เรียก  
แหล่งที่อยู่อาศัย  ไทจุงเป็นไทอีกกลุ่มหนึ่งในท้องถิ่นหยวนเจียง ไทจุงมีอยู่ในหมู่บ้านต่างๆ ประมาณ 15 หมู่บ้าน
 แหล่งเก็บข้อมูล  บ้านต่ง หรือออกเสียงว่า หว่าน ต๋ง
 เครื่องแต่งกาย

 คน หนุ่มสาวแต่งแบบสากล คือ นุ่งกางเกงใส่เสื้อแบบเสื้อเชิ้ต คนสูงอายุแต่งตัวที่บอกลักษณะเผ่า ลักษณะการแต่งกายของหญิงมีความใกล้เคียงกับไทหยา คือ นุ่งผ้าซิ่นที่รั้งชายซิ่นทางซ้ายขึ้น แต่ลักษณะที่ต่างจากไทหยา คือ ลักษณะการโพกผ้า

ไทจุงโพกผ้าเป็นทรงกลมป้านออกเหมือนกัน หม้อดินเผา ส่วนไทหยานั้นเป็นรูปทรงกระบอก ผ้าที่ใช้โพกหัวมีอยู่หลายชิ้น ชิ้นที่อยู่ตรงกลางกระหม่อมเป็นคล้ายตาข่ายที่ผู้หญิงใช้คลุมผมเวลาอบผมสมัย ก่อน ตาข่ายนี้คลุมผมที่เกล้าขึ้นมาเป็นรูปกลม มีเข็มเสียบอยู่ เข็มนี้เรียกว่า เกล้าเข็ม หรือออกเสียงว่า เก่าสิม มีขนาดใหญ่และเล็ก ถ้าเล็ก เรียกว่า เก่าสิมเต๋ ผ้าตาข่ายนี้เรียกว่า ผ้าลู้บแข้ง ผ้าดำที่ใช้คาดหัวเพื่อคาดผ้าห้อยหัวมี 2 ผืน เรียกว่าหมี่ขนหัว หรือออกเสียงว่า หมี่หนโห่ ส่วนผ้าผืนนอกที่คาดหัวมีปลายข้างหนึ่งปักไขว้เป็นลวดลายชั้นๆ 3-4 ชั้น และมีชายเป็นพู่ เรียกว่า จ๊ามจิ๊กกิ่นโห เมื่อคาดหัวแล้วเหน็บชายให้เห็นที่ปัดและพู่ ผ้านี้เรียกว่า ฉีก (ผ้าชิ้นเล็กๆ) เคี่ยนหัว หรือออกเสียงว่า จิ๊กกิ่นโห ผ้าที่ห้อยหู 2 ข้างนั้นตัดขาดจากกันผิดกับของไทหยาที่เป็นเส้นเดียวแต่ปักชาย 2 ข้าง ผ้าห้อยหูนี้เรียกว่า ผ้าแมบ หรือออกเสียงว่า เพ้อแหมบ สำหรับหญิงสาวบางคนโพกผ้าจิ๊กกิ่นโห 2 ผืน เพื่อความงามและยังห้อยเครื่องประดับเงินเป็นสาย ซึ่งเรียกว่า หมากเล่ง ด้วย

สำหรับเสื้อก็คล้ายไทหยา คือ มีเสื้อตัวใน หรือ เรียกว่าเส่อเนี้ยว เสื้อตัวนี้ปักประดับด้วยเม็ดเงิน (ปัจจุบันเป็นเม็ดอะลูมิเนียม) เป็นเสื้อแขนกุด เสื้อตัวนี้จะถูกทับด้วยเสื้อัวนอกแขนยาวเป็นผ้าแพร ที่ชายแขนปะผ้าสีเป็นชิ้นๆ หญิงไทจุใส่เสื้อตัวนอก 2 ตัวซ้อน ตัวในยาวกว่าตัวนอกเล็กน้อย เพราะเสื้อสีต่างกันจึงทำให้ดูสวยงาม เพราะมีผ้าสีต่างกันแลบเป็นขอบเพราะต้องใส่ 2 ตัวซ้อน เสื้อตัวนอกนี้จึงใช้ผ้าแพรแบบลื่นและบางในการตัดเย็บ เสื้อตัวนอก เรียกว่า เสื้อหลวง หรือออกเสียงว่า เส่อโหลง มีเครื่องประดับที่แขวนไว้กับกระดุมเสื้อเนี้ยว เครื่องประดับนี้มีลักษณะคล้ายอุบะและตรงปลายอุบะนี้เป็นเครื่องมือแคะหู แคะฟัน และมีกล่องเล็กๆ สำหรับใส่ปูนขาวและหมาก เรียกว่า เฉี่ยวกุ๊กฝอน กล่องเล็กนี้เป็นรูปทรงกระบอกเล็กๆ คล้ายถ้ำยา สอบถามได้ความว่าใช้ใส่ปูน และหมากสำหรับไว้กิน